วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562

Learning Outcomes 9

Thursday 3 October  2019👱



🌙ความรู้ที่ได้รับ🌙

วันนี้อาจารย์ให้นำงานที่สั่งให้ส่งคืองานแผ่นพับสารสัมพันธ์
ดิฉันทำหน่วย ฤดูกาลหรรษา





ต่อมาอาจารย์ให้นำเสนอวิจัยเกี่ยวกับการให้ความรู้ผู้ปกครอง

🌷กลุ่มที่ 1
เรื่อง:การส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา

📌วัตถุประสงค์📌
👉เพื่อศึกษาพัฒนาการทางด้านความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษาเพื่อเปรียบเทียบ👉ความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา
📌ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ📌
  เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครอง ซึ่งจะทำให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา และเป็นแนวทางสำหรับครูในการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเพื่อร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็กต่อไป
📌ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย📌
ตัวแปรอิสระ:ชุดกิจกรรม "เล่นกับลูกปลูกภาษา"
ตัวแปรตาม:ความเข้าใจภาษา
📌สรุปการวิจัย📌
1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา “ มีพัฒนาการความเข้าใจภาษา โดยรวมสูงขึ้น ร้อยละ 53.72
ของความสามารถพื้นฐานเดิม
2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา” มีความเข้าใจภาษาโดยรวมและจำแนกรายด้าน คือการใช้คำอย่างมี
เจุดมุ่งหมายและการใช้ประโยคเพื่อสื่อความหมาย สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

  🌷กลุ่มที่ 2
 เรื่อง:การศึกษาผลของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองในการสอนความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

📌วัตถุประสงค์📌
  เพื่อเปรียบเทียบความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 2ปี½- 4ปี ในชนบทที่สอนโดยผู้ปกครองซึ่งคิดวิธีการสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กด้วยตัวเองหลังจากได้รับการศึกษาโดยคิดวิธีสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กร่วมกับผู้วิจัยกับผู้ปกครองซึ่งเรียนรู้วิธีการสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กจากชุดการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
📌ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ📌
1.ทำให้ทราบผลของความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่สอนโดยผู้ปกครองที่ได้รับการศึกษาที่แตกต่างกัน
2.เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของตนเองในการสอนลูกหลานให้เกิดพัฒนาการด้านต่างๆได้ด้วยตนเอง
📌ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย📌
ตัวแปรต้น:ได้แก่การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองในการสอนเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 2 1/2 - 4 ปีบริบูรณ์ ให้มีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ 2 วิธี คือ

  วิธีที่ 1 ให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองโดยให้ผู้ปกครองคิดวิธีการสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กร่วมกับผู้วิจัย
  วิธีที่ 2 ให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองโดยให้ผู้ปกครองคิดวิธีการสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กจากชุดการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

ตัวแปรตาม: ได้แก่การพัฒนาด้านความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 2 1/2 - 4 ปีบริบูรณ์
📌สรุปการวิจัย📌
ความสามารถในการสร้างความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 2 ½ -4 ปีบริบูรณ์ ในชนบทที่สอนโดยผู้ปกครองที่ได้รับการศึกษาโดยคิดวิธีสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กร่วมกับผู้วิจัย และเรียนรู้วิธีการสอนและการใช้สื่อในการสอนเด็กจากชุดการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
                                               🌷กลุ่มที่3
เรื่อง:การเสริมพื้นฐานทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม "สนุกกับลูกรัก"


📌วัตถุประสงค์📌
1.เพื่อศึกษาทักษะทางคณิตศาสตร์
2.เพื่อศึกษาทักษะการเปลี่ยนแปลงของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
3.เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
📌ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย📌
ตัวแปรอิสระ: ชุดกิจกรรม สนุกกับลูกรัก
ตัวแปรตาม:ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
📌สรุปการวิจัย📌
-  เด็กปฐมวัยที่ได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุด กิจกรรมลูกรัก ทั้งโดยรวมและจำแนกรายทักษะ  พบว่า...เด็กปฐมวัยหลังได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรมสนุกกับลูกรัก มีการเปลี่ยนแปลงสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01

  -  การส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนการทดลองมีคะแนนโดยรวมอยู่ในระดับควรปรับปรุง ( =12.90)
  และหลังทดลองที่ได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรมลูกรักมีคะแนนโดยรวมอยู่ในระดับดี(=30.35)

                                               🌷กลุ่มที่4
เรื่อง:การพัฒนาโปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย



📌วัตถุประสงค์📌
-เพื่อศึกษาผลการใช้โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
-เพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
📌ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย📌
ตัวแปรอิสระ:นิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย ได้แก่ ด้านความสนใจในการอ่านและด้านพฤติกรรมการอ่าน
ตัวแปรตาม:โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย
📌สรุปการวิจัย📌
   ผู้ปกครองที่ใช้โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนา
นิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย มีความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริม
เด็กปฐมวัยให้มีนิสัยรักการอ่านสูงขึ้นหลังการทดลอง
เด็กปฐมวัยที่ใช้โปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนา
นิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย มีการพัฒนานิสัยรักการอ่านสูงขึ้น
หลังการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


                                             🌷กลุ่มที่5
เรื่อง:การพัฒนาโปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้ปกครอง
ในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กวัยอนุบาลด้วยรูปแบบการให้ประชาชนในชนบทมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา



📌วัตถุประสงค์📌
เพื่อพัฒนาโปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัยอนุบาล ด้วยรูปแบบการให้ประชาชนในชนบทมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
📌ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ📌
 1.ช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของปัญหาในการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่ส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัยอนุบาล สามารถใช้ประโยชน์จากความรู้ที่ประมวลในการแก้ปัญหา รวมถึงสามารถใช้กระบวนการเรียนรู้และทักษะที่ได้รับจากการเข้าร่วมโปรแกรมมาประยุกต์ใช้ต่อการแก้ปัญหาด้านอื่นๆ
        2.ช่วยกระตุ้นให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กวัยอนุบาลให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของท้องถิ่นชนบทของตน
📌ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย📌
ตัวแปรอิสระ:โปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กอนุบาล ด้วยรูปแบบการใช้ประชาชนในชนบทมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
ตัวแปรตาม:แบบแผนพฤติกรรมของผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กอนุบาล
📌สรุปการวิจัย📌
หลังการทดลองใช้โปรแกรมการศึกษาสำหรับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัยอนุบาล ด้วยรูปแบบการให้ประชาชนในชนบทมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาผู้ปกครองมีการเปลี่ยนแปลงแบบพฤติกรรมการส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเด็กวัยอนุบาลในเรื่องที่ผู้ปกครองเลือกมาแก้ปัญหา ได้แก่เรื่อง โรคฟันผุในเด็กวัยอนุบาล ดังนี้
1.ผู้ปกครองมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนพฤติกรรมการส่งเสริมการรักษาสุขภาพในช่องปากและฟันของเด็กอนุบาล ด้านการแปรงฟัน จากพฤติกรรมการไม่ได้ติดตามการดูแลการแปรงฟันของเด็กหรือติดตามอย่างไม่สม่ำเสมอ มาเป็นพฤติกรรมการดูแลการแปรงฟันของเด็กอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กในด้านการแปรงฟัน
         2.ผู้ปกครองมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนพฤติกรรมการส่งเสริมการรักษาสุขภาพในช่องปากและฟันของเด็กวัยอนุบาล ด้านการรับประทานอาหารมีประโยชน์จากพฤติกรรมปล่อยให้เด็กเลือกซื้ออาหารรับประทานเองตามใจชอบ ซึ่งมักไม่มีคุณค่าของสารอาหาร มาเป็นพฤติกรรมดูแลรับประทานอาหารเด็กอย่างสม่ำเสมอด้วยการเลือกซื้ออาหารที่มีประโยชน์ให้เด็กรับประทาน กำกับดูแลการเลือกซื้อและรับประทานอาหารอย่างใกล้ชิดรวมทั้งแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กในการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
                   🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼🌼

หลังจากเรียนเสร็จกลุ่มพวกเราเดินทางไปมูลนิธิเสือใหญ่เพื่อติดต่อประสานงานใช้สถานที่ให้ความรู้ผู้ปกครอง





           💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞


💛💚💙ประเมิน                   
ตนเอง  ☢
-ตั้งใจเรียนและนำเสนองาน
-แต่งกายถูกระเบียบ
เพื่อน☢ 
-เพื่อนๆตั้งใจเรียนฟังที่อาจารย์สอน
-มาเรียนตรงเวลา
-แต่งกายถูกระเบียบ
อาจารย์☢
-อาจารย์ตั้งใจสอนอย่างมาก
-แต่งกายสุภาพเรียบร้อย


                       















Learning Outcomes 8

Thursday 26 September  2019👱





  💡💡💡สอบกลางภาค💡💡

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562

Learning Outcomes 7

Thursday 19  September  2019👱


🍏ความรู้ที่ได้รับ🍏 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษารูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา 

📌💡คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา



Weekly news    ข่าวสารประจำสัปดาห์
•Newsletter  จดหมายข่าว
•Bulletin board  ป้ายนิเทศ
•Conversation  การสนทนา
•Exhibition  นิทรรศการ
•Parent Guide  คู่มือผู้ปกครอง
•Meeting  การประชุม
•booklet  จุลสาร
•Parents Corner    มุมผู้ปกครอง
•Parent library  ห้องสมุดผู้ปกครอง
🍁รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน
                               ข่าวสารประจำสัปดาห์📫
  เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลประจำสัปดาห์ประกอบไปด้วย
   รายละเอียดของสาระการเรียนรู้ ประสบการณ์และกิจกรรมที่สถานศึกษาวางแผนไว้ประจำสัปดาห์
    พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
    กิจกรรมครอบครัว เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ ร่วมทำกับเด็กโดยในข่าวสารจะเสนอแนะกิจกรรมต่างๆเช่นประดิษฐ์ของเล่นสำหรับเด็ก เกม วาดภาพระบายสี เพลงคำคล้องจอง ปริศนาคำทาย ฯลฯ
    เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง เป็นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อนำไปอบรมเลี้ยงดูส่งเสริมพัฒนาการเด็กหรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก
    ข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง เป็นการให้ผู้ปกครองแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กให้ดียิ่งขึ้น
                            💎💎💎💎💎💎

💐💐💐💐💐

 จดหมายข่าวและกิจกรรม📫

     เป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครองในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็ก โดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่นำเสนอในจดหมายข่าวและกิจกรรมอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังนี้
    - ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง
  - กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา ฯลฯ
    - ความรู้สำหรับผู้ปกครอง ฯลฯ
               โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย📫
       ดำเนินงานโดยสำนักสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เป็นโครงการที่มุ่งเร่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชนไทยโดยผลักดันให้ครอบครัวมีส่วนร่วมที่สำคัญด้วยการจัดทำชุดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนไทยเพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ประกอบด้วย
                - แบบสังเกตความคิดสร้างสรรค์ในเด็กสำหรับพ่อแม่
                - คู่มือความรู้และการจัดกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
               - หลักสูตรการเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์
   -ซีดีการเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่อง “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
    - จัดอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
                                        


ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง📫
          จัดเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียน โดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
    - ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
    -  เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
    - ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
    - ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
    - กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่ ฯลฯ








การสนทนา📫

             การสนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนทนาดังนี้
    - เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก
    - เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน
    - เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กขณะที่อยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน



🍁รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา

ห้องสมุดผู้ปกครอง




    เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การจัดการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและส่งผลต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ  
ป้ายนิเทศ



ป้ายนิเทศในลักษณะนี้เป็นป้ายที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ ฯลฯ ป้ายนิเทศจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
นิทรรศการ



         เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอและซีดีซึ่งมีรูปแบบของนิทรรศการที่สามารถจัดได้ในสถานศึกษาดังนี้
    - นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์
    - นิทรรศการเพื่อให้ความรู้
    - นิทรรศการเพื่อความบันเทิง

มุมผู้ปกครอง


           เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การรอรับ-ส่งเด็ก หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ปกครองหรือครู เป้าหมายสำคัญของการจัดมุมผู้ปกครองคือ
    - เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ ฯลฯ
    - เป็นบริเวณที่ให้ผู้ปกครองได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองด้วยกัน
    - เพื่อผู้ปกครองและเด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความเหมาะสมในระยะเวลาสั้นๆ เช่น อ่านหนังสือ ดูภาพกิจกรรมของเด็ก ชมผลงานเด็ก ฯลฯ

การประชุม


เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย 

จุลสาร


         เป็นลักษณะของสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์ เนื้อหาในจุลสารจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของบรรณาธิการ  เรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ โดยพิจารณาดังนี้
- เนื้อหาความรู้ที่นำเสนอ 
- จัดทำรูปเล่มให้น่าสนใจ
- ภาพประกอบมีสีสันสวยงาม 
- ภาษาไม่ควรจะเป็นวิชาการมากเกินไป
 - ควรมีคอลัมน์สำหรับผู้ปกครอง

คู่มือผู้ปกครอง




  เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดยจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป ข้อมูลในคู่มือผู้ปกครองประกอบไปด้วย
    - ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
    - หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
    - บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ
    - อาคาร สถานที่ สภาพแวดล้อม
    - การจัดบริการและสวัสดิการต่างๆ
    - กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ สำหรับผู้ปกครองได้ทราบโดยทั่วกัน
    - การวัดและประเมินผล

                                         ระบบอินเทอร์เน็ต




    เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  การใช้อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นบริการด้านหนึ่งที่สถานศึกษาสามารถจัดทำในรูปแบบ เวิลด์ไวด์เวป  บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บไซด์ 



                   🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱🌱
👏👏คำถามท้ายบท👏👏


1. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
💬ตอบ:
1.ข่าวสารประจำสัปดาห์ ออกทุกวันศุกร์
2.จดหมายข่าวและกิจกรรม ข่าวที่น่าสนใจ
3.ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง กิจกรรมของลูก หรือการให้ความรู้

  2. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
💬ตอบ:
 2.1การสนทนา เช่น การพบประพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเด็ก
        2.2ป้ายนิเทศ เพื่อให้ความรู้ ข่าวสารกับผู้ปกครอง
        2.3นิทรรศการ เช่น นิทรรศการเพื่อให้ความรู้
        2.4การประชุม เช่น แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครอง
        2.5ห้องสมุดผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา
        2.6มุมผู้ปกครอง เช่น ผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
        2.7อินเทอร์เน็ต เช่น ให้ความรู้เกี่ยวกับสถานศึกษา
        2.8จุลสาร ประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ปกครอง
        2.9คู่มือผู้ปกครอง ให้ผู้ปกครองได้รับข่าวสารเกี่ยวกับสถานศึกษา

  3. นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย 
💬ตอบ:แนวทางการแก้ปัญหาคือจัดกิจกรรมที่น่าสนใจไม่หน้าเบื่อ  ไม่วิชาการจนเกินไปหรืออาจมีของรางวัลให้ขณะร่วมกิจกรรม

  4. การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไรจงอธิบาย
💬ตอบ:  การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญที่มีต่อการศึกษาเด็กปฐมวัย เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก  ให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่มีต่อการศึกษาของเด็ก ลดความขัดแย้งในการดำเนินงานทางการศึกษา ช่วยให้การศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน   เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาของเด็ก ช่วยทำให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง เพื่อเด็กจะเติมโตไปในสังคมได้อย่างสมบูรณ์

  5. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะของรูปแบบอย่างไร จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น
💬ตอบ:
  1. วิธีกระบวนการเรียนรู้โดยการมีส่วนร่วม  :  ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม
  2. วิธีการสนทนากลุ่ม  :  เป็นการสนทนากันบรรยากาศเป็นกันเอง
  3. วิธีอภิปรายกลุ่ม  :  ทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและมีส่วนร่วมในการทำข้อมูล
  4. วิธีการบรรยาย  :  เป็นวิธีที่เป็นทางการเนื้อหาละเอียด
💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞💞


💛💚💙ประเมิน                   
ตนเอง  ☢
-ตั้งใจเรียน
-แต่งกายถูกระเบียบ
เพื่อน☢ 
-เพื่อนๆตั้งใจเรียนฟังที่อาจารย์สอน
-มาเรียนตรงเวลา
-แต่งกายถูกระเบียบ
อาจารย์☢
-อาจารย์ตั้งใจสอนอย่างมาก
-แต่งกายสุภาพเรียบร้อย


                       



โครงการ นิทานสานรักจากครอบครัวสู่ลูกน้อย

👩👶 โครงการ นิทานสานรักจากครอบครัวสู่ลูกน้อย 👩👶 วันเสาร์ที่ 26 เดือนตุลาคม พ . ศ .2562     เวลา 08:30 – 12:00 น . ณ ห้องประชุมชั้น ...